ครูกายแก้ว อสูรเทพแห่งโชคลาภ ที่แท้จริงคืออะไร?

ครูกายแก้ว
ที่มาของภาพ : เฟซบุ๊กศาลพระพิฆเนศ อาเขตเชียงใหม่

ครูกายแก้วคืออะไร ท่านเป็นอสูร ปีศาจ มาร หรือ เทพเจ้า เป็นคำถามที่ใครหลายคนต่างอยากรู้ความจริง  ในสื่อโซเซียลมิเดียต่างขนานนามท่านว่า “บรมครูผู้เรืองเวทย์” หรือ “อสูรเทพแห่งโชคลาภ ” และ ยังมีการให้ข้อมูลลึกไปถึงประวัติของ ครูกายแก้ว ไว้ว่า ท่านเป็นอาจารย์ของพระเจ้าชัยวรมัน ที่ 7 ซึ่งเป็นกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของขอม ตามความเชื่อคือน่ากลัวที่สุด โหดร้ายที่สุด แต่ยิ่งใหญ่ที่สุด มีอำนาจที่สุดด้วย อีกด้วย

ประวัติที่เล่าขาน ครูกายแก้ว

ครูกายแก้วประวัติ ความเป็นมา ในนามของ “บรมครูผู้เรืองเวทย์” ได้ถูกพูดว่าเป็นผู้ประทานความร่ำรวย ความสำเร็จ และโชคลาภ โดยเล่ากันไว้ว่า “ครูกายแก้ว” ท่านเป็นฤาษีที่มีวิชาตบะแก่กล้าเมื่อพันปีก่อน มีวิชาอาคมเวทย์มนต์ที่เรืองเวทย์มาก ท่านบำเพ็ญเพียรจนสามารถบรรลุอมตะ – ท่านเป็นผู้ก่อตั้งสำนักกายแก้ว ซึ่งเป็นสำนักวิชาความรู้ และ เวทมนตร์ชั้นสูง วันเวลาผ่านไปสังขารของท่านได้เสื่อมไปตามกาลเวลาเหมือนทุกคน แต่จิตวิญญาณที่แกร่งกล้านั้นไม่ได้สลายไปด้วย เมื่อยังมีผู้สืบต่อวิชาของท่านมาเรื่อยๆ

  • ต่อมามีพระองค์หนึ่งเดินทางไปธุดงค์ปฏิบัติธรรมที่ปราสาทนครวัดนครธม ประเทศกัมพูชา ท่านได้มาเรียนวิชาอาคมของครูกายแก้วสืบต่อมา ครูกายแก้วใครเป็นเจ้าของ เมื่อได้เดินทางกลับมาที่ประเทศไทย พระองค์นั้นได้นำองค์จำลองของครูกายแก้วกลับมาด้วย โดยนำมาไว้ที่จังหวัดลำปาง
  • ในเวลาต่อมาพระธุดงค์องค์นั้นได้มอบครูกายแก้วให้กับลูกศิษย์ที่ชื่อ จ่าสิบเอกถวิล มิลินทจินดา ที่ใครๆเรียกว่า “พ่อหวิน” เป็นผู้สืบต่อวิชา พ่อหวินเป็นนักดนตรี เป็นครูดนตรีไทย เป่าขลุ่ย ท่านได้เจอกับพระธุดงค์ที่ลำปาง ได้ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ และได้รับสือต่อวิชาครูกายแก้วมา และ ได้รับรูปหล่อรอยองค์ครูกายแก้ว
  • รูปหล่อรอยองค์ครูกายแก้วดั้งเดิมจะเป็นเพียงองค์เล็กๆ เป็นท่านั่งกอดเข่ายองๆ ในลักษณะมือสองข้างจับเข่า หลังจากนั้นพ่อหวินได้มอบครูกายแก้วให้กับ “อาจารย์สุชาติ รัตนสุข” เป็นผู้สืบต่อวิชามา ผู้ที่เป็นต้นกำเนิดสร้างเทวรูปบูชาครูกายแก้วในประเทศไทย คือ “พ่อสุชาติ”

ความจริงเรื่อง ครูกายแก้ว มีดังนี้

  • จากหลักฐานศิลาจารึก ซึ่งเป็นหลักฐานที่มีตัวตนอ้างอิงได้ และใช้เป็นข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ระบุว่า ครูของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีแค่บุคคลที่ชื่อ “ศรี ชัยมังคลารถะเทวะ” หรือ “ศรี ชัยกีรติเทวะ” เท่านั้น โดยมีชื่อในจารึกของปราสาทตาพรหม ในเมืองพระนครธม ไม่มีบุคคลชื่อ “กายแก้ว”
  • พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างมาก ทรงสร้างพระพุทธรูปตามหัวเมืองจักรวรรดิขอมโบราณ ในจารึกระบุถึงพระพุทธรูปในเมืองที่ปัจจุบันเป็นจังหวัดของไทย เช่น วัชรปุระ (เพชรบุรี) , ชัยราชปุระ (ราชบุรี) , สุวรรณปุระ (สุพรรณบุรี) เป็นต้น
  • ไม่มีหลักฐานระบุว่าพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงมีความเชื่อในไสยศาสตร์ แต่มีหลักฐานว่าท่านส่งเสริมให้ประชาชนในดินแดนหัวเมืองกราบไหว้บูชาพระพุทธเจ้า และ ให้พระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่งให้เกิดความสำเร็จ หลักฐานเหล่านี้บ่งบอกว่าพระองค์มีพระรัตนตรัยเป็นสรณะ
  • ประวัติศาสตร์ของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มีเกี่ยวกับการทำบุญทำทาน สร้างวัด พุทธสถาน และ สร้างสถานรักษาพยาบาลให้ประชาชนได้ใช้ในการรักษาโรคที่เจ็บป่วย
  • พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เป็นผู้สร้าง “ไภษัชยคุรุไวฑูรยประภา” ซึ่งเป็นพระพุทธเจ้าที่มีความเชื่อว่ามีพลังในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บ หรือที่คนนิยมเรียกกันว่า “พระหมอ” หรือ “พระกริ่ง”

แท้จริงแล้วครูกายแก้วคือ?

ที่มาของภาพ : เฟซบุ๊กศาลพระพิฆเนศ อาเขตเชียงใหม่
  • สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 มี ศาสนาฮินดู(พราหมณ์)ได้เข้ามามีอิทธิพลในภูมิภาคนี้ และ การศึกษาของเหล่าราชครูที่เป็นอาจารย์ของชนชั้นกษัตริย์ คือ คัมภีร์พระเวท , คัมภีร์ไสยเวท , คัมภีร์อาถรรพ์เวท และ คัมภีร์ปุราณะ
  • การฝึกตนของพราหมณ์ที่เน้นไปในแนวทางโลกียญาณ เป็นการฝึกให้ที่มีอิทธิฤทธิ์ เช่น หูทิพย์ ตาทิพย์ และ คุณวิเศษอื่นๆ ผู้ฝึกตนสามารถสามารถบำเพ็ญไปได้สูงที่สุด คือ ระดับชั้นพรหม
    • ***โลกียญาณ : เป็นญาณที่สามารถเสื่อมได้
    • ***โลกุตตระญาณ : เป็นญาณแห่งการรู้แจ้ง
  • จากประวัติศาสตร์พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ทรงศรัทธาในพุทธศาสนาอย่างมาก ในจารึกราชครูของท่านมีเพียง “ศรี ชัยมังคลารถะเทวะ” หรือ “ศรี ชัยกีรติเทวะ” เพียงคนเดียวเท่านั้น
  • แต่ราชครูของกษัตริย์ทุกพระองค์ไม่ได้มีเพียงคนเดียว ครูกายแก้วอาจเป็นหนึ่งในราชครูเหล่านั้นที่มีแนวทางความเชื่อทางไสยศาสตร์ และ คงเป็นผู้ฝึกตนที่คุณวิเศษสูง ไม่เช่นนั้นคงไม่ได้เป็นราชครูด้านไสยศาสตร์ได้
  • ด้วยความที่ไม่สามารถเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ถึงขั้นไม่ได้ถูกจารึกในประวัติศาสตร์ ทั้งที่การประกอบพิธีกรรมต่างๆก็ยังคงเป็นศาสนาฮินดู(พราหมณ์) โดยมีภาพสลักหินพระพรหม , พระศิวะ และ พระนารายณ์ เป็นหลักฐาน
  • ครูกายแก้วคือตัวอะไร เรื่องนี้อาจเป็นเหตุที่ทำให้ครูกายแก้วเมื่อสิ้นกายเนื้อไปแล้ว ไปกำเนิดตามภพชาติใหม่เป็นพระพรหม ทำให้ท่านมีหน้าตาเหมือนอสูรตามที่คนไทยเข้าใจผิดกันมา แต่ที่แท้จริง คือ รากษส

จากทั้งหมดที่ประมวลออกมาแท้จริงแล้ว ครูกายแก้ว คือ พรหมรากษส

พรหมรากษส คือ รากษสที่เป็นพราหมณ์

  • ผู้ที่จะเป็น “พรหมรากษส” คือ พราหมณ์ที่ประกอบกรรมชั่ว เช่น การนำความรู้ไปใช้ในทางที่ไม่สมควร , การไม่ยอมสอนวิชาให้กับศิษย์ที่คู่ควร หรือ การละเมิดหน้าที่บางอย่างของพราหมณ์ ทำให้พราหมณ์ผู้นั้นต้องไปเกิดใหม่เป็น “พรหมรากษส”
    •     – คำว่า “พฺรหฺม” หมายถึง พราหมณ์
    •     – คำว่า “รากฺษส” หมายถึง อมนุษย์ประเภทหนึ่ง
  • พรหมรากษส มีทั้งความเป็นพราหมณ์ และรากษสในตัว มีความรู้ขั้นสูงแบบพราหมณ์ และ รู้เรื่องในคัมภีร์พระเวท , คัมภีร์ไสยเวท , คัมภีร์อาถรรพ์เวท และ คัมภีร์ปุราณะ แต่ยังคงมีโทสะ โมหะ ดุร้าย และ นิสัยโหดร้าย กินเนื้อมนุษย์เป็นอาหาร
  • – ในตำนานของชาวฮินดูเชื่อว่า พรหมรากษสเป็นรากษสที่มีพลังอำนาจมาก น้อยคนนักที่จะสามารถต่อสู้ , เอาชนะ หรือ ปลดปล่อยพวกเขาจากสภาวะของการเป็นพรหมรากษสได้

ครูกายแก้วช่วยเรื่องอะไรบ้าง?

ตามความเชื่อของผู้ที่บูชาหรือนับถือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ เชื่อว่าครูกายแก้วช่วยเรื่องความสำเร็จ ความร่ำรวย และความเจริญรุ่งเรือง อีกทั้งมีการเปรียบเทียบว่าครูกายแก้วเป็นครึ่งมนุษย์ ครึ่งนก มีลักษณะคล้ายกับนกการเวก เป็นสัตว์ป่าในตำนาน อาศัยอยู่ที่ป่าหิมพานต์ มีเสียงที่ไพเราะ สะกดให้ทุกคนหยุดฟัง ดึงดูดและโน้มน้าวใจ ทำให้เหล่าพ่อค้าแม่ขายนิยมบูชาครูกายแก้ว เพื่อให้ดึงดูดลูกค้า ค้าขายได้กำไร เงินทองไหลมาเทมาไม่เพียงแต่ในประเทศไทยเท่านั้นที่นิยมบูชาครูกายแก้ว แต่ในต่างประเทศ โดยเฉพาะชาวจีน ไต้หวัน และฮ่องกงก็นิยมบูชาไม่แพ้กัน โดยยกย่องให้ครูกายแก้วเป็นเสมือนเทพเจ้าแห่งความร่ำรวย

ครูกายแก้วอยู่ตรงไหนสักการะครูกายแก้วได้ที่ใดบ้าง?

ที่มาของภาพ : เฟซบุ๊กศาลพระพิฆเนศ อาเขตเชียงใหม่
  1. 1. ครูกายแก้วบางใหญ่
    • ครูกายแก้วมีที่ไหนบ้าง ครูกายแก้วบางใหญ่ตั้งอยู่บริเวณด้านในของเทวาลัยพระพิฆเนศบางใหญ่ สถานที่แห่งนี้ก่อตั้งขึ้นโดยอาจารย์ณัฐวุฒิ รัตนสุข เพื่อสืบทอดเจตนารมณ์ของอาจารย์สุชาติ รัตนสุข ไม่ให้วิชาสูญหาย ในขณะเดียวกันก็เป็นที่พึ่งทางจิตใจให้กับคนในละแวกนี้ โดยส่วนใหญ่นิยมขอเรื่องการเงิน การงาน โชคลาภ
    • วันและเวลา : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
  2. ครูกายแก้วห่วยขวาง
    • ครูกายแก้วห้วยขวาง ตั้งอยู่บริเวณเทวาลัยพระพิฆเนศ สี่แยกห้วยขวาง สถานที่ยอดฮิตสำหรับสายมูเตลู เนื่องจากมีชื่อเสียงในด้านการประทานพรให้ประสบความสำเร็จและได้รับความนิยมสูง ไม่แพ้สถานที่สายมูอื่นๆ
    • วันและเวลา : 12.00 – 24.00 น.
  3. ครูกายแก้ว ศาลพระพิฆเนศ อาเขตเชียงใหม่
    • บริเวณศาลพระพิฆเนศ อาเขตเชียงใหม่ จะมีองค์ครูกายแก้วตั้งอยู่ โดยสามารถซื้อธูป เทียน ดอกไม้ด้านหน้าให้มาบูชา กราบไหว้ และขอพร แต่หากจะบูชาครูกายแก้ว อาจจะต้องเตรียมผลไม้ ของหวาน และของสำหรับบูชาอื่นๆ มาด้วย
    • วันและเวลา : เปิดตลอด 24 ชั่วโมง

คาถาบูชาครูกายแก้ว

ที่มาของภาพ : เฟซบุ๊กศาลพระพิฆเนศ อาเขตเชียงใหม่

การบูชาครูกายแก้วฝนแต่ละครั้งเราอาจจะต้องมีบทสวดหรือคาถาเหมือนกับเทพที่เราคารพองค์อื่นๆ มาดูกันว่าครูกายแก้วคาถาเป็นแบบไหนครูกายแก้วบทสวดที่เราควรใช่

“นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธ ธัสสะ” (ตั้งนะโม 3 จบ)

“มะอะอุ ครูกายแก้ว เมตตา จะมหาราชา สัพพะสเน่หา มะมะจิตตัง ปิยังมะมะ” (สวด 9 จบ)

ครูกายแก้ว วิธีขอพรอย่างไรให้เห็นผล

นอกจากตั้งนะโม สวดคาถาบูชาครูกายแก้วแล้ว ต้องระบุชื่อ-นามสกุลจริง วันเดือนปีเกิด และตั้งจิตอธิษฐานขอพรตามปรารถนา นอกจากนี้ยังต้องเตรียมของสำหรับใช้บูชา ดังนี้

  • ธูป 5 ดอก
  • เทียน 1 เล่ม
  • มะพร้าวน้ำหอมเผา
  • ผลไม้ 3-5 อย่าง
  • ของหวาน 3-5 อย่าง
  • ทองคำเปลว
  • หมากพลู
  • น้ำหอมน้ำปรุง

ครูกายแก้วช่วยเรื่องอะไร การบูชาหรือขอพรครูกายแก้วอาจเป็นการช่วยเสริมสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้บูชา แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับความเชื่อ ความศรัทธา และวิจารณญาณของแต่ละบุคคล

ที่มา : ครูกายแก้วและครูกายแก้ว.com

ที่มาของภาพ : เฟซบุ๊กศาลพระพิฆเนศ อาเขตเชียงใหม่

อ่านเรื่องเพิ่มเติมได้ที่ : godrites.com